idh's profile0mnia vincit Amor : et n...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    October 29

    กาลครั้งหนึ่งที่ยังมาไม่ถึง

    กาลครั้งหนึ่งที่ยังมาไม่ถึง

     

    กาลครั้งหนึ่งที่ยังมาไม่ถึง ในเมืองหนึ่งที่พิลึกพิลั่นและประหลาดล้ำ เมืองที่ต้นไม้กลายเป็นสีอื่นๆ ที่ไม่ใช่สีเขียว ทั้ง ดำ ม่วง แดง ส้ม ฟ้า หลากสีหลายสรรค์ ที่ประหลาดกว่านั้นแต่ไม่แปลกก็แค่ไม่มีสีเขียว ในเมืองเมืองนั้นยังมีพระราชาองค์เดียวและพระราชินีองค์เดียว ที่เมืองอื่นๆ เคยมี พระราชาสวมเสื้อแปลกประหลาด พระราชินีเองก็เช่นกัน ยิ่งกว่านั้นที่ประชาชนก็แต่งกายประหลาดเหลือไม่แตกต่างกัน แต่ไม่มีใครสักคนใส่เสื้อที่มีแขน และใส่กางเกงที่มีขา เสื้อผ้าล้วนแต่ดูพิกลพิการ แต่ผู้คนนั้นสมบูรณ์ ทุกอย่างยังครบถ้วนทั้งหู ตา จมูก ปาก และอวัยวะอื่นๆ ต่างก็ไม่ต่างจากที่คนในกาลครั้งหนึ่งนานมาเคยเป็นและเคยมีอยู่ ในเมืองหลากสีร้อยแสง พระอาทิตย์ขึ้นในทิศทางที่ใครก็ตามอยากจะให้ขึ้น และพระจันทร์เองก็ทั้งเต็มดวงและเว้าแหว่งเป็นเสี้ยวสวยเท่าที่ใครและใครอยากจะให้เป็น ทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองเหมือนจะเป็นอย่างไรก็ได้ที่ผู้คนต้องการ เพียงใครนึกคิดอย่างไรสิ่งนั้นก็ดูจะเป็นไปอย่างนึกคิด ผู้คนล้วนสนุกสนานเพราะไม่มีใครชอบความทุกข์ แม้จะช่วงเวลาไหน ไม่ว่าครั้งหนึ่งนานมาหรือครั้งไหนก็ตามที่ยังไม่มาถึง วันและคืนดูจะสับสนแต่ก็มีความสุข จนกระทั่งกาลครั้งหนึ่งที่ยังมาไม่ถึงนั้นมาถึงแล้ว...

                    วันดีคืนดีที่มาถึง ต้นไม้กลายกลับเป็นสีน้ำตาล ใบนั้นก็เปลี่ยนไปเป็นสีเขียว อยู่ๆ เสื้อก็มีแขนงอกออกมาสั้นบ้างยาวบ้างตามฤดูกาล กางเกงก็เป็นเช่นเดียวกัน พระอาทิตย์ของเช้าวันนั้นโผล่มาทางทิศตะวันออก และตกลงในทิศตะวันตก เด็กๆ พากันสงสัย ผู้ใหญ่ต่างตั้งคำถาม พระราชาและพระราชินียังอดสงสัยไม่ได้ เมื่อความมืดที่ไม่เคยครอบคลุมทั้งนภาแผ่เข้ามาคลุมเมืองทั้งเมืองเอาไว้ ดวงจันทร์เสี้ยวโผล่ออกมาในเวลาไล่เรี่ยกับดวงดารา เด็กๆ พากันนั่งมอง ผู้ใหญ่ลองหลับตาแล้วลืม ภาพข้างหน้าไม่เหมือนกับความฝัน เพียงเป็นภาพที่ไม่เคยเห็น สรรพสีแปรเปลี่ยนหายไป ความธรรมดาของสีสรรค์กลับเปลี่ยนไปเมื่อวันนั้นมาถึง เด็กๆ งุนงง ผู้ใหญ่ต่างสงสัย อาจจะไม่ตระหนกตกใจ แต่แปลกประหลาดในหัวใจกับสิ่งเหล่านั้น เข้าของอีกวันยังคงเป็นเช่นวันวาน ไม่กลับไปเป็นอย่างเดิม จนกระทั่งอาทิตย์นึงผ่านพ้น สัปดาห์นึงผ่านไป และเดือนปีก็วิ่งไวเกินกว่าจะตามทัน คำถามน้อยลง ความสงสัยหายไป ทุกคนยังร่าเริงบ้าง แต่ไม่ทุกวัน ทุกสิ่งเคยชินแต่ไม่ได้หมายความว่าจะเหมือนเดิม ไม่มีใครในเมืองแม้กระทั่พระราชาและพระราชินีที่ทำทุกอย่างได้อย่างใจปรารถนาเช่นเคย เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นทิศตะวันออก ทุกคนต่างลุกขึ้นจากหลับไหล พาตัวออกไปภายนอก ไปทำโน่นทำนี่ และเมื่อท้องฟ้าถูกคลุมครอบด้วยสีดำ ทุกร่างก็เอนลงหลับไหล บ้างฝันถึงวันหลากสี บ้างฝันดี บ้างฝันร้าย แต่หลายปีผ่านไปสีสันยังไม่ทันกลับ

                    พระราชานิ่งนึกตรึกตรองหาวิธีการ พระราชินีช่วยคิดใคร่ครวญ ยังหาเหตุผลไม่เจอและหาวิธีแก้ไม่ได้ วันนึงพระราชาเรียกขาน ป่าวร้องก้องเมือง ให้ทุกคนมารวมกันใต้ต้นไม้ที่ลำต้นสีน้ำตาลและใบสีเขียว พร้อมประกาศก้องร้องออกไปให้ทุกคนรู้ ใครก็ตามพาแสงสีของกาลครั้งหนึ่งที่ยังมาไม่ถึงกลับมาได้แล้วไซร้จะตบรางวัลเป็นอย่างงาม ปวงประชาหาอยากได้รางวัลไม่ แต่กลับเสนอตัวตามหากันมากมาย ด้วยสงสัยว่าทุกอย่างเกิดขึ้นได้อย่างไร ว่าแล้วทุกคนก็กลับไปจัดแจงแต่งกาย เตรียมเดินทางค้นหาสีสันในวันที่ยังมาไม่ถึง

                    ไปแล้วกลับ ไปแล้วกลับ ผ่านวันเดือนปี ยังไม่มีผู้ใดหาเจอ นิดนึงก็หาไม่เจอ จนกระทั่งครั้งนึงที่ยังมาไม่ถึงได้หวนกลับมา ในวันนั้นทุกคนกลับย้อนจากผู้ให่เป็นเด็ก จากเด็กโตเป็นเด็กเล็ก เช้าวันนั้นทุกคนพลันพบว่าต้นไม้หลากสีสรรค์ร้อยพันมากมาย ใบไม้ยิ่งประกอบด้วยสรรพสีมากมายเกินจะนับ ดวงจันทร์ขึ้นมาพร้อมๆ กับพระอาทิตย์กลมโต วันวานหรือวันใหม่กันแน่ที่กลับมาหรือจากไป น่าสงสัยเหลือเกิน แต่ไม่มีใครสงสัย ใครต่อใครก็เป็นเด็ก เล่นสนุกกันทั้งวันคืน นึกสิ่งใดก็กลายเป็นสิ่งนั้น บางคนลอยอยู่บนนภาอย่างนก วันแห่งความร่างเริงกลับมาแล้ว วันที่เด็กยังคงเป็นเด็ก แต่ผู้ใหญ่กลับย้อนมาเป็นเด็ก เสียงหัวเราะดังสนั่นหวั่นไหว ดังเรื่อยๆ ทุกวัน จากวันเป็นสัปดาห์ จากสัปดาห์เป็นเดือน หลายๆ เดือนก็เป็นปี หลายๆ ปี ก็เป็นหลายๆ ปี จนวันนั้นวันที่ยังมาไม่ถึงย้อนกลับมาในวันหนึ่ง