มีคนบอกว่า "คนที่มาทะเล ไม่หนีร้อน ก็หนีรัก" ผมพบตัวเองนั่งอยู่บนหาดทรายละเอียด ระยิบแดดในช่วงเวลาโพล้เพล้ต้องตกลงน้ำทะเลทำให้คิดถึงคำที่กล่าวถึงข้างต้น หนีร้อน หรือหนีรัก พงันยังคงสงบงามในยามนั้น ฤดูมรสุมทำให้นักท่องเที่ยวส่วนมากหลบเลี่ยงจากอาการเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของท้องทะเล ซึ่งความจริงทะเลก็ไม่เคยให้ความแน่นอนแก่ใครสักครั้ง ครั้งนี้ก็เหมือนกัน เมฆฝนตั้งเค้ามาแต่ไกล การเคลื่อนที่ด้วยแรงลมกี่นอตก็ไม่ทราบ แต่จากสายตารับรู้ว่ามันจะพาฝนมาในไม่ช้า แล้วก็จริงและเร็วกว่ากำหนดอย่างมากมาย สายฝนเริ่มโปรยปรายละอองลงมาแล้ว ผมยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ทว่าอนุภาคทรายรอบก้นเริ่มกร่อนหายไปเพราะหยาดน้ำฟ้าเหล่านั้น ดีจริง แม่เสียดายแสงพราพร่างสะท้อนน้ำอยู่ก็ตม แต่ฝนก็ทำให้ผมร้องไห้โดยมีข้ออ้างกับตัวเอง...
หลังเดินออกจากโรงภาพยนตร์ชั้นสองประเภทฉายควบสองเรื่อง ระบบหมุนวนไม่มีจบ วันนั้นผมได้ดูหนังท้ายเรื่องภาพยนตร์สยองขวัญจากนิยายขายดีที่ฝรั่งเขียน เพียงฉากใกล้จบไม่กี่ฉากก็สร้างความสยองพองเกล้าให้มากมาย เรื่องต่อมาผ่อนคลายลงบ้าง "เพื่อนสนิท" คือหนังเรื่องนั้น ผมดูทั้งน้ำตา เพระผมเพิ่งทำหน้าที่เหมือนในหนังมาเมื่อไม่นานนาทีก่อนเข้าโรง มันน่าจะดีถ้าชีวิตจริงไม่เหมือนหนังมากจนเกินไป เพื่อนสาวของผมเพิ่งเดินหายไปกับคนรักของหล่อน ก่อนที่ผมจะแยกออกมา หนังเรื่องนี้ผมดูทั้งน้ำตา เหมือนกันทุกอย่างกับชีวิตจริง ยกเว้นว่าพระเอกหนังหน้าตาดีกว่าผม ซึ่งมันก็แน่นอน เพราะไม่อย่างนั้นคงจะไม่มีใครดู หนังดำเนินไปเรื่อยจนถึงตอนจบของเรื่อง พระเอกมีทางอื่นที่จะไป แต่ตัวผมยังไม่มี พอหนังจบผมไม่กล้านั่งดูต่อ ถึงแม้ว่าอยากจะได้ความคุ้มค่ากับหนังอีกเรื่องก็ตามแต่มันดันเป็นหนังสยองขวัญไปซะนี่ ผมเดินออกจากโรงด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ นึกถึงทะเลขึ้นมาตะหงิดๆ อยากไปทะเล ผมเอ่ยในใจ
รถไฟชั้นสามสายใต้ถึงสุราษฎร์เที่ยวนี้แออัดไปด้วยผู้คนมากมาย พลุกพล่านวุ่นวาย เกือบเหมือนในหนังแล้ว ผมคิด สุดท้ายพบตัวเองนั่งอยู่ตรงข้อต่อของขบวนรถไฟ กลิ่เหล็กและเสียงสะท้านแก้วหูทำให้นอนไม่หลับ และนั่นก็ดีมันดูเหม่อลอยอย่างกับพระเอกในหนังที่พึ่งดูเมื่อกลางวัน หญิงสาวกับแฟนหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านตรงข้าม ฟ้ากลางคืนมืดมิด มองไม่เห็นอะไรแต่คนคู่นั้นยังคงชี้ชวนกันดูบรรยากาศภายนอก ทำให้ผมต้องนั่งลองเพ่งสายตาด้วยความตั้งใจออกไปนอกประตู ยังไม่เห็นอยู่ดี แล้วเค้าดูอะไร หรือความรักไม่ได้ทำให้ตาบอดอย่างเดียว แต่ยังสามารถทำให้ตาสว่างมองเห็นทิวทัศน์ยามค่ำคืนได้ แต่ไม่ว่ายังไงที่แน่นอนที่สุดมันทำให้คราบนำตายังติดอยู่บนหางตาข้างซ้ายของผม ถึงปากท่อดึกดื่นอยู่เหมือนกันเพราะรถไฟชั้นสามบ้านเรามีสถิติวิ่งช้าเกือบทีสุดในโลก ผมกับห่อก๋วยเตี๋ยวปากท่อสามห่อ ผมกินมันด้วยความเศร้ากินไปเรื่อยจนสุดท้ายนับได้เจ็ดห่อพอดิบพอดี ไม่ซื้อน้ำ ไม่ต้องกินน้ำตาม เพราะผมกินก๋วยเตี๋วเคล้าน้ำตา เวลาว่างบนรถไฟมีมมากมายเหลือคณานับยิ่งกับบนรถไฟชั้นสามแล้วด้วย อย่านับจะเกิดประโยชน์มากกว่า ผมใช้เวลาที่มีนึกถึงเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนลงท้ายที่ขบวนรถไฟ แปลกมากหรือที่รักเพื่อนสนิท ชื่อมันก็บอกอยู่แล้ว ถ้าไม่ชอบไม่พอใจจะสนิทมั้ย ถ้าสนิทแล้วทำไมรักไม่ได้ คนเรารู้จักกันมาจนเห็นตับไตไส้พุง ลงลึกไปจนถึงบักเตรีในลำไส้ใหญ่ เห็นแล้วยังสนิท เห็นแล้วยังชอบ แล้วจะห้ามไม่ให้รักมันจะห้ามได้หรือ??? ผมกับเพื่อนไปไหนมาไหนด้วยกันมาตลอดตั้งแต่คบกันจนสนิทเราแทบไม่มีเวลาไม่ได้เห็นหน้ากัน ถึงแม้บางเวลาอย่างทำธุระส่วนตัวเราจะไม่เจอกันบ้าง แต่ใครมันจะอยู่ในห้องนำได้เป็นวัน เรายังคงไม่เคยห่างกันอยู่นั่นเอง เราช่วยเหลือกันและกัน บ้างก็ยอมลำบากเป็นเพื่อน และบ้างสบายเป็นเพื่อนกัน ความรู้สึกนี้บ่มเพาะมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าแล้ว วันนึงผมนั่นเองแหละที่เริ่มคิดไปไกลกว่าคำว่าเพื่อน แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งแสดงออก ยิ่งแสดงออก เพื่อนก็ยิ่งห่างไปไกลเรื่อยๆ มันก็คงจะยังทนกันได้อยู่หรอก ถ้าไม่มีใครบางคนเดินเข้ามา มีคนบอกว่าคนที่สนิทกันมากมักรักกันไม่ได้ หากเป็นแต่ก่อนผมคงไม่เชื่อ แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ คนที่มาไกลจากไหนไม่รู้ อยู่ๆ เพื่อนก็เปลี่ยนไปสนิทกับเขาแทน เมื่อมากขึ้นๆ เวลาที่เราห่างกันก็มากขึ้น สามคนดูจะมากเกินไปสำหรับการไปไหนมาไหน ผมจึงต้องเดินออกมาบ่อยครั้งจากวงกิจกรรมสำหรับสองคน มาคิดดูมันก็จริงนะ อย่างปิงปองเนี่ยถ้าตีกันสามคนพร้อมกันก็ลำบากเอาเรื่อง ยิ่งถอยก็ยิ่งห่าง ยิ่งห่างก็ยิ่งคิดถึง ยิ่งคิดถึงก็คิดได้ เอาวะ นั่นทำให้ผมเศร้าและต้องเข้าโรงหนัง ก็เพราะคิดได้ว่าต้องบอกว่าชอบมันเพื่อนของผมนั่นแหละ ไม่น่าคิดได้เลย ขณะนั่งคิดไปเรื่อยเปื่อยเฉื่อยแฉะ เสียงไก่จากขบวนข้างๆ ก็ขันดังลั่นมาถึงจุดที่ผมนั่ง เงยหน้าออกไปข้างนอก ฟ้าเริ่มสางแล้ว ตอนนี้ถึงไหนก็ไม่อาจทราบได้ รู้แต่ว่าเริ่มเห็นยอดมะพร้าวเป็นทิว แสงอาทิตย์แสงแรกส่องสวยงาม แต่ทำไมมันยังเศร้าอยู่วะ ผิดกับไอ้คู่ตรงข้ามเราคู่เดิมยังคงมองตากันเยิ้มไม่สนใจสีสันของท้องฟ้า แล้วรถไปก็วิ่งเข้าสู่ชานชลา ผมกับกลิ่นเหล็กรถไฟติดตัวรุนแรงอย่างน่าดีใจ เพราะอย่างน้อยๆ มันก็ช่วยกลบกลิ่นอื่นจากการไม่ได้อาบน้ำมาวันหนึ่งเต็มๆ กาแฟตอนเช้ากับสีเขียวของ้นไม้ที่มีอยู่มากในเมืองสุราษฏร์ เมืองหอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ ทำให้ความสดชื่นกลับคืนมา แต่ความเสียใจยังคงอยู่ ภาษาใต้ดังวนเวียนรอบตัวไม่คุ้นหู แต่ก็ไม่แปลก อารมณ์อย่างนี้ยังนึกอยากจะฟังอะไร ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมกับเพื่อนสนิทคงนั่งวิเคราะห์สำเนียงเสียงถิ่นกันสนุก แต่วันนี้ดันมาอยู่คนเดียว สุนัขชราเดินมาสะกิดขาขอปาท่องโก๋ เพราะความที่ไม่รู้จะคุยจะสื่อสารกับใคร เราทั้งสองคือผมและสุนัขชราจึงอยู่ในสถานะเดียวกัน เราสนิมสนมกันนานจนปาท่องโก๋หมดถุง มันจึงเดินจากไปแบบไม่เหลือเยื่อไย แต่ก่อนไปยังอุตส่าห์หันมามอง ยังดีที่หมายังมอง อย่างน้อยๆ ก็ไม่ได้จากไปแบบไม่หันกลับอย่างที่เพื่อนผมทำ หลังจากจัดแจงตัวเองเสร็จสรรพ ก็จับรถไปท่าเรือดอนสักแล้วจึงนั่งเรือต่อสู่เกาะพงัน ตั้งแต่สัมผัสแรกของปลายเท้าแตะผืนดินบนเกาะ คำว่า สังสรรค์พระจันทร์เต็มดวงก็มีให้เห็นกันดาษดื่นทั้งป้ายใหญ่ป้ายเล็ก ดูเหมือนคนที่มาที่นี่คงจะชอบมาดูพระจันทร์เต็มดวง แต่แล้วก็รู้สึกว่าตัวเองเข้าใจผิดอย่างแรง เพราะถัดจากป้ายพระจันทร์เต็มดวง ยังมีป้ายสังสรรค์วันพระจันทร์ครึ่งดวง เสี้ยวดวงก็มี ไปจนถึงคืนเดือนมืด อืม พระจันทร์น่าจะไม่ใช่ประเด็นหลักแล้วล่ะ สังสรรค์ต่างหาก เพราะจากการดูป้ายที่ไล่ตามจันทรคติแล้วพบว่าไม่ว่าพระจันทร์จะเปลี่ยนทรวดทรงอย่างไร คำว่าสังสรรค์ยังห้อยท้ายอยางสำคัญอยู่อย่างนั้น ผมคิดกับพระจันทร์และสังสรรค์ไปเรื่อยจนลืมไปว่าตัวเองกำลังเศร้า ต้องเศร้าสิ เรามาเพื่อเศร้า ผมคอยเตือนตัวเองให้ระลึกถึง และไม่ลืมทิ้งคราบนำตาที่หางตายามได้คิด เมื่อหาที่พีกได้ผมก็เริ่มนั่งบรรเลงความเศร้าที่ริมหาด เช้าจรดเย็น...
หนีร้อน หรือหนีรัก วันคืนใหม่เปลี่ยนไป จากคืนสู่วัน จากการสังสรรค์สู่ความเงียบสงบ ผมยังคงนั่งอยู่อย่างนั้น นั่งไปเรื่อยๆ จนกระทั่งแดดเริ่มฉายแสงกล้ามากทุกที เนื้อตัวเริ่มแสบมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ชักไม่แน่ใจแล้วสิว่ามาทะเลจะหนีร้อนได้จริงๆ แม้กระทั่งหนีรักซึ่งเป็นประโยคท้ายก็ยังหนีไม่ได้ ทำไมต้องมาไกลขนาดข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อร้อนและยังคงรัก คิดได้ผมก็บอกลาเกาะเล็กๆ กับสีเขียวครามของน้ำทะเลกลับสู่เมืองที่จากมาแต่แรก พบตัวเองนั่งอยู่หน้าพัดลมหนีร้อน แต่ยังคงหนีรักไม่พ้น เอาเถอะ ยังไงซะก็หนีได้อย่างนึงล่ะ...